วันพุธที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2560

描写と説明の違い!?

สวัสดีครัช 

พบกันสามครั้งเลยนะฮะวันนี้ แก้ไปแก้มาเหมือนเขียนใหม่อีกรอบ ดีค่ะ เหนื่อยอะ วันศุกร์มีสอบแปลไทยอิ๊งด้วยนะเนี่ยยยย 

55555555 นอกเรื่องอีกแล้ว มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าเนอะ คือ หัวข้อที่จะพูดต่อในวันนี้ก็คือออออออออ
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
คือออออออออออ

描写 นั่นเองจย้าาา

สรุปแล้วคำนี้มีความหมายว่าอะไร หากลองดูจากคันจิก็น่าจะพอเดาออกอ่ะนะ ความหมายของคำๆนี้คือ
การพรรณนา การอธิบาย ให้เห็นภาพ 

แล้ว มันแตกต่างกับ 説明 การอธิบาย ยังไงล่ะ?

- การพรรณนา คือการอธิบายให้ผู้ฟังเกิด 臨場感(りんじょうかん)หรือ「実際にその場にいるかのような感じ」ทำให้ผู้ฟังเกิดความรู้สึกเหมือนกับว่าได้อยู่ ณ ตรงนั้น เห็นภาพขึ้นมาอย่างชัดเจนนั่นเอง หมายความว่าต้องเล่าให้เห็นถึงรายละเอียดของสิ่งของหรือเหตุการณ์น่ะจ้ะ

- ในทางกลับกัน 説明 คือการอธิบายให้เข้าใจเฉยๆเท่านั้นจ้า 



จบแล้วก็ไปต่อกันเลยน่ะครับ


การเล่าเรื่องโดยใช้ 描写

ในคาบเรียนที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสเรียนการพูดพรรณนาการ์ตูนสี่ช่องสองเรื่อง อันแรกคือ 

1. 赤ちゃんと犬
2. 外国人



สิ่งที่ได้เรียนจากในคาบ


①เรื่องแรก 赤ちゃんと犬

อย่างแรกเลยคือ 表現 ต่างๆ แต่ผมจะยกตัวอย่างเฉพาะอันที่ผมคิดว่ามันน่าสนใจมาสักหน่อยนะครับ 

ハイハイをする
顔を合わせる
向きを変える
ぐるとまわる
というお話です >  อันนี้อาจารย์มาเอดะเคยใช้บ่อย 55555555555
を向く

บางคำเช่นคำว่าคลานเนี่ย ถ้าไม่เรียนผมก็จะไม่รู้เลยนะว่าใช้คำนี้ คงกลายเป็นใช้คำว่า はう แน่ๆ 5555555555555  อีกเรื่องนะครับ


②เรื่องที่สอง 外国人


と目が合ってしまう
すると > เป็นสำนวนที่ได้ยินบ่อยๆในการเล่าเรื่อง

นอกจากเฮียวเง็นต่างๆที่ได้เรียนไปแล้ว สิ่งที่อยากจะใช้ในการพัฒนาตัวเองต่อไปก็มีดังนี้จ้า


เทคนิคที่อยากจะลองนำไปใช้ในอนาคต

1. ใช้ 文末表現 เช่น ています・ていく・てくる・てしまう เพื่อแสดงการเคลื่อนไหว
2. ทดลองใช้ オノマトペ แต่คิดว่ายากที่จะสามารถใช้คำพวกนี้ได้ในใกล้ๆ 5555555
3. ให้ตัวละครในเรื่องลองพูดดูมั้ย
4. รูปประโยคอื่นๆ ที่ทำให้เรื่องน่าสนใจ เช่น よう・らしい บลาๆๆ

คิดว่าได้เทคนิคอะไรหลายอย่างจากคาบเรียนนี้นะครับ ถึงแม้ว่ามันจะ 意外と難しい แทบจะทุกคาบเลยก็ตาม จะพยายามต่อไปครับ ครั้งนี้ขอจบไว้แต่เพียงเท่านี้ก่อนนะครับ 

ฝันดีจ้ะ

HP紹介文 บทแนะนำสถานที่

สวัสดีครัช 

วันนี้เจอกันรอบที่สองแล้ว 5555555555 เบื่อไหมอะ เบื่อก็ไม่ต้องอ่านเนอะ หลอกกก 
เรื่องที่อยากจะมาเสนอคุยกันในครั้งนี้คือ "HP紹介文" พูดง่ายๆ ก็คือ บทแนะนำสถานที่น่ะครับ

ทุกคนน่าจะมีโอกาสได้อ่านบทแนะนำสถานที่กันมาบ้างแล้วใช่ไหมครับ ไม่ว่าจะเป็นบทแนะนำมหาวิทยาลัย คณะต่างๆ แนะนำเอก เช่น เอกภาษาญี่ปุ่นที่อาจารย์ท่านหนึ่งได้เขียนไว้ซ่งผมก็อ่านไม่ค่อยจะรู้เรื่องนักหรอก 5555555 นอกจากนี้ยังรวมไปถึงบทแนะนำพิพิธภัณฑ์ หรือสถานที่อะไรก็แล้วแต่ ครั้งนี้ตัวผมได้มาเป็นผู้เขียน 紹介文 ด้วยตัวเองก็พบว่ามันยากเหมือนกันนะเนี่ยที่จะเขียนออกมาให้ได้ดีและอ่านเข้าใจง่าย พอให้อาจารย์ตรวจดูมันก็พังดีแฮะ 5555 ก็ต้องแก้แล้วแก้อีก จนมัน
.
.
.
.
.
.
.
พังเหมือนเดิม อิอิ 
.
.
.
.
.
.
.

.
.
ล้อเล่น ดีขึ้นดิ 
ใส่จุดเยอะๆจะได้กินที่มากๆหน่อย 5555

แต่ผมก็พยายามทำเต็มที่แล้วน่ะครับ แต่บางครังความขี้เกียจเข้าครอบงำ ก็เทตามระเบียบเนอะ 
อ่าา ไร้สาระมามากพอสมควรแล้ว เริ่มเรื่องกันเลยดีกว่า เอาล่ะ มาดูความพยายามครั้งแรกของผมกันน่ะครับ


"ความพยายามครั้งแรก"
 
チュラロンコン大学文学部の学生は、どのような科目を学ぶのでしょうか。タイでは文学部といえば、英語や中国語などの外国語を教える、単なる語学学校だと勘違いしているタイ人がけっこう多いようです。しかし、実際はそうでもないんです。ここには語学専攻と語学ではない専攻があり、この二つを合わせると10以上あります。語学ではない専攻は、例えば、歴史専攻や、演劇専攻や、哲学専攻などです。そのため、語学科目はたくさんあるのに対し、語学に関係がない科目は設けられているのです。さらに、卒業できるようにたくさんの必修科目に登録する必要があります。4年生まで、勉強してきた必修科目は多くあり、西洋文明や言語学入門や翻訳入門などです。最後に、ここに入学して気づいたのは、文学部で勉強していても人間をわかるわけがないが、違いを認めることこそ大事なのだと思うようになりました。(374字)


จากการเขียนครั้งแรกพบว่ามีจุดที่พลาดมากมาย จะสรุปให้เป็นข้อๆในด้านล่างน่ะครับ

ปัญหาที่พบในงานเขียน
- ควรจะเขียนให้ชัดเจนว่า เราต้องการเขียนจากมุมมองของใคร และเขียนเพื่อให้ใครอ่าน
- ในบางจุดมีการยกตัวอย่างอะไรที่ไม่จำเป็น ทำให้บางจุดดูค่อนข้างน่าเบื่อ
- แอบมีบางจุดที่ระดับภาษาไม่ไปในทิศทางเดียวกัน 
- มีจุดที่เขียนแล้วลองมาย้อนอ่านดูอีกทีละงงๆ เลยลองพยายามเขียนใหม่ให้ดียิ่งขึ้น 
- บางจุดนึกคำที่ดีกว่าไม่ออก และอาจมีการใช้คำเดิมๆซ้ำบ่อยทำให้เกิดความน่าเบื่อ

หลังจากที่ไม่ได้ไปในครั้งนั้น เพื่อนก็ฟังฟีดแบคจากเพื่อนคนอื่นและอาจารย์มาเล่าให้เล่าฟัง (ขอบคุณนะ รินรดา) เลยลองพยายามแก้จุดที่เราพอทำได้ให้ดียิ่งขึ้นในเวอร์ชั่นสอง แต่คิดว่าบางจุดก็ยังแก้ได้ไม่ดีพอ เพราะยังนึกไม่ออกว่าจะอธิบายเพิ่มเติมยังไงดี ยังไงก็ลองอ่านเวอร์ชั่นสองดูน่ะครับ อิ


"ความพยายามครั้งที่สอง"

チュラロンコン大学文学部の学生は、どのような科目を学ぶのでしょうか。タイでは文学部といえば、英語や中国語などの外国語を教える、単なる語学学校だと勘違いしているタイ人がけっこう多いようです。しかし、実はここに語学専攻だけではなく、語学ではない専攻もあります。前者は語学とその文化や言語を専攻にしていますが、後者は語学ではない専攻、例えば、歴史専攻や、演劇専攻や、哲学専攻を専攻にしています。語学専攻と他の専攻を合わせると、10以上あります。そのため、多くの語学科目はあるのに対し、語学に関係がない科目も設けられているのです。さらに、卒業できるように多くの必修科目に登録する必要があるので、4年生まで勉強してきた必修科目は多くあるでしょう。最後に、ここに入学して気づいたのは、文学部で勉強していても人間がわかるわけがないが、違いを認めることこそ大事なのだと思うようになりました。
(387字)


หลังจากที่พยายามแก้ให้ดีขึ้น ผลก็เป็นเช่นนี้แล ยังรู้สึกว่ายังไม่สามรถเขียนให้ดีขึ้นได้มากเท่าที่ควร เช่นจุดสีแดงที่ขีดเส้นใต้ อันนี้คือเราไม่จำเป็นต้องใส่คำว่า タイ人 เพราะว่าเราเขียนในฐานะที่เป็นคนไทยน่ะครับ (ขอบคุณอาจารย์คนโดะที่ช่วยชี้จุดที่ 不自然 และอาจารย์กนกวรรณที่อุตส่าห์เข้ามาอธิบาย ไว้ ณ ที่นี้น่ะครับ) นอกจากนั้น ปัญหาอื่นๆที่ยังคงพบในงานก็คิดว่าเป็นเรื่องที่ว่า 

- เราเขียนงานเขียนนี้จากมุมมองของใคร?
- เราต้องการเขียนให้ใครอ่าน 

หากสามารถเขียนให้ชัดเจนได้ว่า เราเขียนงานโดยมองจากมุมมองของใคร ก็จะทำให้ผู้อ่านสามารถอ่านงานเขียนได้ง่ายและเข้าใจได้ง่ายมากยิ่งขึ้น นอกจากมุมมองของผู้เขียนว่ามองจากจุดไหนแล้ว ก็ยังมีอีกหนึ่งสิ่งคือ เขียนเพื่อให้ใครอ่าน ถ้าเราระบุและตีกรอบไว้ได้ว่าจะเขียนสิ่งนี้เพื่อให้ใครอ่าน เราก็จะสามารถเขียนได้อยู่ภายในกรอบ ไม่หลุดประเด็นและไม่ทำให้ผู้อ่านงงกับสิ่งที่เราเขียนได้อีกด้วย 

บางคนอาจเขียนจากมุมมองของผู้อ่าน ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่ดี เนื่องจากหากลองคิดว่าจากผู้อ่านแล้ว ผู้อ่านอยากรู้อะไร อาจจะต้องคิดด้วยว่า แบบไหนน่าเบื่อหรือไม่น่าสนใจ เป็นต้น


นอกจากนั้น ประโยคสีแดงที่ขีดเส้นใต้ไว้ยาวๆ 

最後に、ここに入学して気づいたのは、文学部で勉強していても人間がわかるわけがないが、違いを認めることこそ大事なのだと思うようになりました。อ

อันนี้เนี่ย ตอนแรกคิดว่าอาจารย์ติ แต่จริงๆแล้วอาจารย์คนโดะชอบประโยคนี้ แค้ว่าเราอาจจะต้องเขียนอะไรที่เชื่อมโยงจุดนี้ก่อน ในเรื่อง ถ้าอยู่ๆ พูดมาลอยๆมันก็จะงงแบบของผมเนี่ยแหละครับ 5555555 ก็เลยคิดอยู่ว่า จะตัดไม่ตัดดี เอาเป็นว่า ถ้ามีเวลาว่างและไม่ขี้เกียจ จะกลับมาแก้งานชิ้นนี้อีกครั้งนะครับ เพราะจริงๆผมชอบประโยคนี้ อาจจะต้องคิดก่อนว่าจะพูดอะไรก่อนหน้าดีเพื่อที่จะโยงมาให้พูดถึงเรื่องนี้ในตอนจบของงานเขียนได้ 

สุดท้ายก็ขอจบลงไว้ที่ตรงนี้ก่อนนะครับ เดี๋ยวจะไปแก้งานอีกชิ้นให้เสร็จและอัพต่ออีกชิ้นครับ 55555555555555555555 

บายจ้า





วันอังคารที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2560

デサイン入門

สวัสดีครับอาจารย์และเพื่อนๆ

สวัสดีครับ お待たせしました พอดีผมติดเกมส์และก็มีงาน chula expo เลยดองไว้เพียบเลย ขอโทษนะค๊าบอาจารย์

วันนี้จะมาสรุป พาร์ทของตัวเองในหนังสือ『一生使える見やすい資料のデザイン入門』ของ 森重さん โดยในหนังสือเล่มนี้ ผู้เขียนได้แนะนำหลักการสร้างเอกสาร(สื่อนำเสนอ)ที่ทำให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจง่าย จริงๆก็คือวิธีการแต่งสไลด์ยังไงให้ดีนั่นแลครับ จริงๆผมก็ไม่ค่อยถนัดงานพวกนี้นะ แต่ก็ช่วยไม่ได้ 555555 โอเค ไปเริ่มกันเลยครับ


①数を効果的に見せる方法 : วิธีที่ทำให้เห็นตัวเลขอย่างมีประสิทธิภาพ
ในการทำงาน ビジネス  การทำวิจัย 研究 หรือใน field 分野 อื่นๆ เราไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าข้อมูลตัวเลขเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่สามารถช่วยเพิ่ม 説得力 ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะถ้าเป็นข้อมูลตัวเลขที่สำคัญๆ เราจะอย่างไรเพื่อให้มันมีประสิทธิภาพมากที่สุดกันล่ะ?


ポイントは
- ทำให้ตัวเลขใหญ่ขึ้น
- ปรับขนาดของ 単位 หลังตัวเลขให้เล็กลง 
- ทำให้ keyword ที่เกี่ยวข้องกับตัวเลขใหญ่ขึ้น


พูดแบบนี้อาจจะยังไม่ค่อยเห็นภาพ ขออนุญาตแปะภาพจากหนังสือประกอบความเข้าใจนะครับ



ภาพประกอบจาก : 『一生使える見やすい資料のデザイン入門』


นี่คือตัวอย่างแรกน่ะครับ ยังไม่ได้ปรับขนาดตัวเลขให้ใหญ่ขึ้นและยังไม่ได้มีการเน้นคำคีย์เวิร์ด เราจะเห็นได้ว่ามันจะไม่ค่อยโดดเด่นเท่าไหร่ เราต้องลองดูว่าข้อมูลตัวเลขที่เราต้องการจะให้เขาเห็นมันสำคัญแค่ไหน ถ้าเราต้องการให้เขาเห็นแบบชัดเจนเราก็ควรจะเพิ่มขนาดของตัวเลขและเน้นขนาดของคำสำคัญ ซึ่งถ้าหากเราลองทำตามที่หนังสือแนะนำมา ก็จะเป็นแบบนี้จ้ะ




หากทำแบบนี้แล้ว จะเห็นได้ว่าตัวเลขที่เราต้องการจะเน้นเนี่ย มันจะเด่นขึ้นมากๆ แต่อย่าปลืมปรับขนาดของ 単位 หลังตัวเลขนะจ้ะ นอกจากนี้ keyword สำคัญๆ ที่เกี่ยวข้องกับตัวเลขก็ควรปรับให้มันใหญ่ขึ้นด้วยเช่นกันจ้า หลังจากนี้เราจะไปดูหัวข้อต่อไปกันนะจ้ะ เย่ๆ


②小見出しはできるだけ増やさない:ต่อมาอยากจะพูดถึงเรื่องพาดหัวข่าว เอ้ยไม่ใช่ จะเรียกว่าอะไรดีอะครับ เรียกว่าหัวข้อละกัน

ในส่วนนี้ไม่มีอะไรมากครับ หลักง่ายๆคือ ในสไลด์หนึ่งไม่ควรใส่หัวข้อย่อยเกินกว่า 1 อัน ยกเว้นกรณีที่สำคัญจริงๆ จะใส่มากกว่าหนึ่งก็ได้ แต่อย่าลืมว่าเราจำเป็นต้องปรับ 表現 ของหัวข้อย่อยให้ตรงกับเนื้อหาของเราน่ะครับ

เอาเป็นว่าเดี่ยวจะลองยกตัวอย่างจากหนังสือมาให้ดูนะครับ




อันนี้คือแบบแรกที่ทำออกมา




อันนี้คือเวอร์ชั่นที่ปรับตามคำแนะนำของผู้เขียนหนังสือนะครับ จะเห็นได้ว่าหลังจากลองปรับแล้ว มันอ่านได้ง่ายมากขึ้นเยอะนะ ทำให้ไม่สับสนว่าสิ่งสำคัญที่อยากจะสื่อคืออะไรด้วยจ้ะ

วันนี้ขอจบเท่านี้แล้วกันน่ะครับ หากคนไหนที่อยากจะทำสไลด์เก่งขึ้นก็ลองไปหาหนังสือเล่มนี้มาอันกันนะ รับรองว่าดีขึ้นแน่นอน

บรัยส์