วันจันทร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2560

聞いているのか?いい聞き手になれ!

お久しぶりです。

ไม่ได้เจอกันมาสักพักนึงละนะครับ ขอบคุณอาจารย์วรวุฒิที่คอยเตือนให้เขียน Blog ตลอด แทบจะทุกครั้งที่เจอกันและทาง chat ขรรม 55555555555555555555555 ช่วงนี้งานก็ไม่ได้เยอะเท่าไหร่หรอกครับ มีแต่สอบและพรีเซนท์ของอาจารย์ที่ชื่อขึ้นต้นด้วยตัว M ท่องเข้าไป ทั้งสอบและพรีเซนท์เยอะมากจริงๆครับ ท่องจนหัวปวดไปหมด =-= ไม่เชื่อถามพี่พีนะครับ (Piyawat) หงุดหงิดนิดหน่อยครับเพราะแทบไม่ได้แตะเกมส์เลย แต่งานก็ยังคงไม่เสร็จเหมือนเดิม

ส่วนเรื่องสอบที่พึ่งสอบมาวันนี้ก็ยังงงๆ ทั้งๆที่ฝึกท่องไปก็หลายสิบรอบอยู่ แต่พอเข้าไปทีนี่สติหลุดแทบจะทุกครั้ง แต่อาจารย์ก็ดันชมว่า 完璧 เลยยังงงๆอยู่เหมือนกัน

Anyway, ผมไม่ค่อยชอบเวลาเขียนบล็อกเท่าไร เพราะว่าเหมือนมันเป็นการสื่อสารฝ่ายเดียว เราก็เขียนๆๆๆๆไปเถอะจนมันจบ ถึงแม้บางครั้งอาจารย์กนกวรรณและอาจารย์คนโด หรือเพื่อนๆคนอื่นๆ จะมาเม้นให้ผมก็ตาม มันไม่เหมือนการพุดคุยกัน ที่เราจะได้รู้ว่าคู่สนทนาคิดอย่างไรกับสิ่งที่เราพูด 

แต่หลายครั้ง ผมเองก็หงุดหงิดเวลาที่คุยกับใครก็ตามที่เค้าไม่มีการโต้ตอบอะไรเลย ในตอนที่ผมพูดอยู่ 

โดยปกติแล้ว คนเรามักจะ

- พยักหน้า
- ตอบรับ
- พูดโต้ตอบ มีการถามคำถาม
- หัวเราะ

หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้อีกฝ่ายรับรู้และเข้าใจว่า เห้ย ฟังอยู่ และสนใจในสิ่งที่อีกฝ่ายพูด 

เท่าที่ผมเคยเรียนมาจากการเรียนในวิชา Language and Culture เนี่ย เท่าที่จำได้ ได้มีการพูดถึงเรื่องลักษณะพิเศษของ あいづち ในภาษาญี่ปุ่นไว้วา "คนญี่ปุ่นมองกว่าการสนทนาเป็น การทำงานร่วมกัน (cooperative work)"

ดังนั้นคนญี่ปุ่นจึงให้ความสำคัญกับ 相づち เป็นอย่างมาก การที่เราเงียบไปในขณะสนทนา จะทำให้คู่สนทนาเข้าใจว่า เราไม่ได้ให้ความสนใจหรือไม่ได้ฟังในสิ่งที่เขาพูด

แล้วผู้ฟังที่ดีคืออะไร ต้องทำอย่างไร ? ก็ตอบได้ไม่ยาก การใช้ 相づち ไง แต่พอทำแล้วยากไหม ก็ยากอยู่ เพราะว่าจากการสังเกตตัวเอง ก็ยังใช้แต่แบบซ้ำๆ เช่น そうですか・そうですね・うん・はい ทั้งๆที่จริงๆแล้วมันมีหลากหลายกว่านั้นมาก 

อาจารย์กนกวรรณเลยให้ลองฟัง (เป็นการบ้าน 555555555) รายการวิทยุ 日天 ของคลื่น TBSラジオ 
และสังเกตว่าคนญี่ปุ่นเขาใช้ 相づち กันอย่างไร โดยผมได้เลือกฟังมาสองเรื่อง ได้แก่



①忘れられないあの言葉ー十年後の私

สรุปของอันนี้น่ะครับ

- ในระหว่างอ่านจดหมาย ผู้หญิงจะตอบรับแค่ตอนท้ายๆประโยค อารมณ์ประมาณ แสดงให้เห็นว่าฟังอยู่นะ อะไรประมาณนี้ 

- 相づち และ หัวเราะ จะไปเยอะตอนที่คุยกันนี่แหละ โดยเฉพาะหัวเราะนี่อร่อยไปไหนคะคุณ

- มีการใช้ 相づち ทั้งแบบสุภาพและสุภาพน้อยกว่า 

- บางทีก็มีการใช้แบบที่เป็นการแสดงความรู้สึกของตน เช่น おもしろーい!

- อันนี้ลองสังเกตตามที่รินรดาเขียนในบล็อก และอาจารย์กนกวรรณได้ชมน่ะครับ : ตอบรับทุกครั้งเวลาผู้ชายจบด้วย よ、ね >>> เป็นแบบนั้นจริงๆแฮะ



②必死に走った話

สรุปสิ่งที่สังเกตจ้า

- ในระหว่างการอ่านจดหมายคล้ายในเรื่องด้านบน

- มีการพูดทวนเนื้อหา

- เสียงหัวเราะ (อีกและ)

- มีทั้งแบบ formal / informal


ก็ประมาณเท่านี้ครับ ภาษานี้ยิ่งเรียนก็รู้สึกยิ่งเข้าไม่ถึง เป็นภาษาที่ไม่รู้จะ master ได้ไหมเนี่ย เบื่อ!!!!!

ขอจบเท่านี้ก่อนนะครับ ฝันดีจ้ะ







วันเสาร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2560

【นอกเรื่อง】『ギルティクラウン』ราชันมงกุฎแห่งบาป

สวัสดีครับ ไม่ได้เจอกันซะนาน หึหึ 

วันนี้จะมาพูดอะไรนอกเรื่องนิดนึง จริง ๆ มันเป็นความสนใจของผมเองนั่นแหละ เป็นอนิเมะที่ผมชอบมาก ๆ เรื่องนึง แต่ได้กลับมาดูอีกครั้งเมื่ออาทิตย์ก่อน เลยอยากเอามาเขียนซะหน่อย 555555555555555 ถึงแม้จะเป็นอนิเมะที่ดูรอบแรก ๆ จะงง ๆ แต่ดูอีกรอบก็เข้าใจมากขึ้นน่ะครับ

โดยอนิเมะที่ผมจะมานำเสนอในวันนี้ก็คือ
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.



ที่มา : http://guiltycrown.wikia.com/wiki/Guilty_Crown?file=Guilty_Crown_poster.jpg



『ギルティクラウン』หรือ Guilty Crown นั่นเอง 

ชื่อภาษาไทยที่เปฺ็นของลิขสิทธิ์ของ Rose ใช้ชื่อว่า "ปฏิวัติหัตถ์ราชันย์" แต่ผมไม่ค่อยชอบเท่าไร เลยใช้ตามแบบข้างบนคือ "ราชันย์มงกุฎแห่งบาป" ตามแบบที่เคยเห็นใน internet ละกันครับ

ส่วนเรื่องนี้จะมีเรื่องย่อยังไงไปดูกันเลยย



เรื่องย่อแบบไม่มีการ spoil


ในประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ค.ศ. 2029 ที่ประเทศญี่ปุ่นได้เกิดเหตุการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Apocalypse Virus แพร่กระจายไปทั่วประเทศญี่ปุ่น เหตุการ์ณนี้ถูกเรียกว่า "Lost Christmas" (ロスト・クリスマス)จากเหตุการ์ณดังกล่าวทำให้องค์กรระหว่างประเทศนามว่า GHQ เข้ามายับยั้งแพร่ระบาดในการยับยั้งเชื้อไวรัสชนิดนี้ องค์กรดังกล่าวได้ควบคุมประเทศญี่ปุ่นโดยการใช้กำลังกดขี่ประชาชนอย่างรุนแรงและทารุณ ทำให้เกิดกลุ่มประชาชนที่ไม่พอใจการกระทำขององค์กรนี้ นามว่า "ผู้ฝังศพ/สัปเหร่อ" (葬儀社) หรือ (funeral parlor/undertakers) เหล่าผู้ประกาศตัวเป็นผู้ต่อต้าน GHQ 


เรื่องย่อก็ประมาณนี้น่ะครับ 


แต่ทำไมถึงมีชื่อเรื่องว่า Guilty Crown  (ปฏิวัติหัตถ์ราชันย์/ราชันย์มงกุฎแห่งบาป) ก็อยากให้ลองไปติดตามชมกันดูเองนะ 55555 

แต่เรื่องนี้ผมหลงนางเอกหนักมาก 5555555555555555 เลยเอาเพลงที่นางเอกของเรื่องร้องมาให้ลองฟังกันน่ะครับ


祷楪 (Inori Yuzuriha)






ขอแปะเพลงไว้ให้ได้ลองฟังกันนะครับ

Departures - Egoist


歌手:Egoist
作詞:Ryo (supercell)
作曲:Ryo (supercell)
編曲:Ryo (supercell)


歌詞


もうあなたから愛されることも
必要とされることもない
そして私はこうして一人ぼっちで
あの時あなたはなんて言ったの?
届かない言葉は宙を舞う
わかってるのに今日もしてしまう
叶わぬ願いごとを

離さないで
ぎゅっと手を握っていて
あなたと二人 続くと言って
繋いだその手は温かくて
優しかった

あなたはいつもそうやって私を
怒らせて最後に泣かすんだ
だけど後になって
ごめんねっていうその顔
好きだった

離さないで
ぎゅっと そう思いっきり
あなたの腕の中にいたい
二人でおでこをあわせながら
眠るの

もう二度とは会えないってことを知ってたの?

離さないで
ぎゅっと あなたが好き
もう一度だって笑ってくれないの
あなたの温もりが消えちゃう前に
抱きしめて


ว่าจะแปลเนื้อร้อง เห็นทุกคนน่าจะฟังเข้าใจกันอยู่แล้ว เลยไม่แปลละกันนะ 55555555

วันนี้ขอจบเพียงเท่านี้นะครับ ใครสนใจอยากฟังหรือถามอะไรเพิ่มเติมก็ยินดีมาก ๆ ครับ ใครได้ดูอยากพูด

คุยก็ยินดีเช่นกันจ้า 
 

วันพุธที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2560

描写と説明の違い!?

สวัสดีครัช 

พบกันสามครั้งเลยนะฮะวันนี้ แก้ไปแก้มาเหมือนเขียนใหม่อีกรอบ ดีค่ะ เหนื่อยอะ วันศุกร์มีสอบแปลไทยอิ๊งด้วยนะเนี่ยยยย 

55555555 นอกเรื่องอีกแล้ว มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าเนอะ คือ หัวข้อที่จะพูดต่อในวันนี้ก็คือออออออออ
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
คือออออออออออ

描写 นั่นเองจย้าาา

สรุปแล้วคำนี้มีความหมายว่าอะไร หากลองดูจากคันจิก็น่าจะพอเดาออกอ่ะนะ ความหมายของคำๆนี้คือ
การพรรณนา การอธิบาย ให้เห็นภาพ 

แล้ว มันแตกต่างกับ 説明 การอธิบาย ยังไงล่ะ?

- การพรรณนา คือการอธิบายให้ผู้ฟังเกิด 臨場感(りんじょうかん)หรือ「実際にその場にいるかのような感じ」ทำให้ผู้ฟังเกิดความรู้สึกเหมือนกับว่าได้อยู่ ณ ตรงนั้น เห็นภาพขึ้นมาอย่างชัดเจนนั่นเอง หมายความว่าต้องเล่าให้เห็นถึงรายละเอียดของสิ่งของหรือเหตุการณ์น่ะจ้ะ

- ในทางกลับกัน 説明 คือการอธิบายให้เข้าใจเฉยๆเท่านั้นจ้า 



จบแล้วก็ไปต่อกันเลยน่ะครับ


การเล่าเรื่องโดยใช้ 描写

ในคาบเรียนที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสเรียนการพูดพรรณนาการ์ตูนสี่ช่องสองเรื่อง อันแรกคือ 

1. 赤ちゃんと犬
2. 外国人



สิ่งที่ได้เรียนจากในคาบ


①เรื่องแรก 赤ちゃんと犬

อย่างแรกเลยคือ 表現 ต่างๆ แต่ผมจะยกตัวอย่างเฉพาะอันที่ผมคิดว่ามันน่าสนใจมาสักหน่อยนะครับ 

ハイハイをする
顔を合わせる
向きを変える
ぐるとまわる
というお話です >  อันนี้อาจารย์มาเอดะเคยใช้บ่อย 55555555555
を向く

บางคำเช่นคำว่าคลานเนี่ย ถ้าไม่เรียนผมก็จะไม่รู้เลยนะว่าใช้คำนี้ คงกลายเป็นใช้คำว่า はう แน่ๆ 5555555555555  อีกเรื่องนะครับ


②เรื่องที่สอง 外国人


と目が合ってしまう
すると > เป็นสำนวนที่ได้ยินบ่อยๆในการเล่าเรื่อง

นอกจากเฮียวเง็นต่างๆที่ได้เรียนไปแล้ว สิ่งที่อยากจะใช้ในการพัฒนาตัวเองต่อไปก็มีดังนี้จ้า


เทคนิคที่อยากจะลองนำไปใช้ในอนาคต

1. ใช้ 文末表現 เช่น ています・ていく・てくる・てしまう เพื่อแสดงการเคลื่อนไหว
2. ทดลองใช้ オノマトペ แต่คิดว่ายากที่จะสามารถใช้คำพวกนี้ได้ในใกล้ๆ 5555555
3. ให้ตัวละครในเรื่องลองพูดดูมั้ย
4. รูปประโยคอื่นๆ ที่ทำให้เรื่องน่าสนใจ เช่น よう・らしい บลาๆๆ

คิดว่าได้เทคนิคอะไรหลายอย่างจากคาบเรียนนี้นะครับ ถึงแม้ว่ามันจะ 意外と難しい แทบจะทุกคาบเลยก็ตาม จะพยายามต่อไปครับ ครั้งนี้ขอจบไว้แต่เพียงเท่านี้ก่อนนะครับ 

ฝันดีจ้ะ

HP紹介文 บทแนะนำสถานที่

สวัสดีครัช 

วันนี้เจอกันรอบที่สองแล้ว 5555555555 เบื่อไหมอะ เบื่อก็ไม่ต้องอ่านเนอะ หลอกกก 
เรื่องที่อยากจะมาเสนอคุยกันในครั้งนี้คือ "HP紹介文" พูดง่ายๆ ก็คือ บทแนะนำสถานที่น่ะครับ

ทุกคนน่าจะมีโอกาสได้อ่านบทแนะนำสถานที่กันมาบ้างแล้วใช่ไหมครับ ไม่ว่าจะเป็นบทแนะนำมหาวิทยาลัย คณะต่างๆ แนะนำเอก เช่น เอกภาษาญี่ปุ่นที่อาจารย์ท่านหนึ่งได้เขียนไว้ซ่งผมก็อ่านไม่ค่อยจะรู้เรื่องนักหรอก 5555555 นอกจากนี้ยังรวมไปถึงบทแนะนำพิพิธภัณฑ์ หรือสถานที่อะไรก็แล้วแต่ ครั้งนี้ตัวผมได้มาเป็นผู้เขียน 紹介文 ด้วยตัวเองก็พบว่ามันยากเหมือนกันนะเนี่ยที่จะเขียนออกมาให้ได้ดีและอ่านเข้าใจง่าย พอให้อาจารย์ตรวจดูมันก็พังดีแฮะ 5555 ก็ต้องแก้แล้วแก้อีก จนมัน
.
.
.
.
.
.
.
พังเหมือนเดิม อิอิ 
.
.
.
.
.
.
.

.
.
ล้อเล่น ดีขึ้นดิ 
ใส่จุดเยอะๆจะได้กินที่มากๆหน่อย 5555

แต่ผมก็พยายามทำเต็มที่แล้วน่ะครับ แต่บางครังความขี้เกียจเข้าครอบงำ ก็เทตามระเบียบเนอะ 
อ่าา ไร้สาระมามากพอสมควรแล้ว เริ่มเรื่องกันเลยดีกว่า เอาล่ะ มาดูความพยายามครั้งแรกของผมกันน่ะครับ


"ความพยายามครั้งแรก"
 
チュラロンコン大学文学部の学生は、どのような科目を学ぶのでしょうか。タイでは文学部といえば、英語や中国語などの外国語を教える、単なる語学学校だと勘違いしているタイ人がけっこう多いようです。しかし、実際はそうでもないんです。ここには語学専攻と語学ではない専攻があり、この二つを合わせると10以上あります。語学ではない専攻は、例えば、歴史専攻や、演劇専攻や、哲学専攻などです。そのため、語学科目はたくさんあるのに対し、語学に関係がない科目は設けられているのです。さらに、卒業できるようにたくさんの必修科目に登録する必要があります。4年生まで、勉強してきた必修科目は多くあり、西洋文明や言語学入門や翻訳入門などです。最後に、ここに入学して気づいたのは、文学部で勉強していても人間をわかるわけがないが、違いを認めることこそ大事なのだと思うようになりました。(374字)


จากการเขียนครั้งแรกพบว่ามีจุดที่พลาดมากมาย จะสรุปให้เป็นข้อๆในด้านล่างน่ะครับ

ปัญหาที่พบในงานเขียน
- ควรจะเขียนให้ชัดเจนว่า เราต้องการเขียนจากมุมมองของใคร และเขียนเพื่อให้ใครอ่าน
- ในบางจุดมีการยกตัวอย่างอะไรที่ไม่จำเป็น ทำให้บางจุดดูค่อนข้างน่าเบื่อ
- แอบมีบางจุดที่ระดับภาษาไม่ไปในทิศทางเดียวกัน 
- มีจุดที่เขียนแล้วลองมาย้อนอ่านดูอีกทีละงงๆ เลยลองพยายามเขียนใหม่ให้ดียิ่งขึ้น 
- บางจุดนึกคำที่ดีกว่าไม่ออก และอาจมีการใช้คำเดิมๆซ้ำบ่อยทำให้เกิดความน่าเบื่อ

หลังจากที่ไม่ได้ไปในครั้งนั้น เพื่อนก็ฟังฟีดแบคจากเพื่อนคนอื่นและอาจารย์มาเล่าให้เล่าฟัง (ขอบคุณนะ รินรดา) เลยลองพยายามแก้จุดที่เราพอทำได้ให้ดียิ่งขึ้นในเวอร์ชั่นสอง แต่คิดว่าบางจุดก็ยังแก้ได้ไม่ดีพอ เพราะยังนึกไม่ออกว่าจะอธิบายเพิ่มเติมยังไงดี ยังไงก็ลองอ่านเวอร์ชั่นสองดูน่ะครับ อิ


"ความพยายามครั้งที่สอง"

チュラロンコン大学文学部の学生は、どのような科目を学ぶのでしょうか。タイでは文学部といえば、英語や中国語などの外国語を教える、単なる語学学校だと勘違いしているタイ人がけっこう多いようです。しかし、実はここに語学専攻だけではなく、語学ではない専攻もあります。前者は語学とその文化や言語を専攻にしていますが、後者は語学ではない専攻、例えば、歴史専攻や、演劇専攻や、哲学専攻を専攻にしています。語学専攻と他の専攻を合わせると、10以上あります。そのため、多くの語学科目はあるのに対し、語学に関係がない科目も設けられているのです。さらに、卒業できるように多くの必修科目に登録する必要があるので、4年生まで勉強してきた必修科目は多くあるでしょう。最後に、ここに入学して気づいたのは、文学部で勉強していても人間がわかるわけがないが、違いを認めることこそ大事なのだと思うようになりました。
(387字)


หลังจากที่พยายามแก้ให้ดีขึ้น ผลก็เป็นเช่นนี้แล ยังรู้สึกว่ายังไม่สามรถเขียนให้ดีขึ้นได้มากเท่าที่ควร เช่นจุดสีแดงที่ขีดเส้นใต้ อันนี้คือเราไม่จำเป็นต้องใส่คำว่า タイ人 เพราะว่าเราเขียนในฐานะที่เป็นคนไทยน่ะครับ (ขอบคุณอาจารย์คนโดะที่ช่วยชี้จุดที่ 不自然 และอาจารย์กนกวรรณที่อุตส่าห์เข้ามาอธิบาย ไว้ ณ ที่นี้น่ะครับ) นอกจากนั้น ปัญหาอื่นๆที่ยังคงพบในงานก็คิดว่าเป็นเรื่องที่ว่า 

- เราเขียนงานเขียนนี้จากมุมมองของใคร?
- เราต้องการเขียนให้ใครอ่าน 

หากสามารถเขียนให้ชัดเจนได้ว่า เราเขียนงานโดยมองจากมุมมองของใคร ก็จะทำให้ผู้อ่านสามารถอ่านงานเขียนได้ง่ายและเข้าใจได้ง่ายมากยิ่งขึ้น นอกจากมุมมองของผู้เขียนว่ามองจากจุดไหนแล้ว ก็ยังมีอีกหนึ่งสิ่งคือ เขียนเพื่อให้ใครอ่าน ถ้าเราระบุและตีกรอบไว้ได้ว่าจะเขียนสิ่งนี้เพื่อให้ใครอ่าน เราก็จะสามารถเขียนได้อยู่ภายในกรอบ ไม่หลุดประเด็นและไม่ทำให้ผู้อ่านงงกับสิ่งที่เราเขียนได้อีกด้วย 

บางคนอาจเขียนจากมุมมองของผู้อ่าน ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่ดี เนื่องจากหากลองคิดว่าจากผู้อ่านแล้ว ผู้อ่านอยากรู้อะไร อาจจะต้องคิดด้วยว่า แบบไหนน่าเบื่อหรือไม่น่าสนใจ เป็นต้น


นอกจากนั้น ประโยคสีแดงที่ขีดเส้นใต้ไว้ยาวๆ 

最後に、ここに入学して気づいたのは、文学部で勉強していても人間がわかるわけがないが、違いを認めることこそ大事なのだと思うようになりました。อ

อันนี้เนี่ย ตอนแรกคิดว่าอาจารย์ติ แต่จริงๆแล้วอาจารย์คนโดะชอบประโยคนี้ แค้ว่าเราอาจจะต้องเขียนอะไรที่เชื่อมโยงจุดนี้ก่อน ในเรื่อง ถ้าอยู่ๆ พูดมาลอยๆมันก็จะงงแบบของผมเนี่ยแหละครับ 5555555 ก็เลยคิดอยู่ว่า จะตัดไม่ตัดดี เอาเป็นว่า ถ้ามีเวลาว่างและไม่ขี้เกียจ จะกลับมาแก้งานชิ้นนี้อีกครั้งนะครับ เพราะจริงๆผมชอบประโยคนี้ อาจจะต้องคิดก่อนว่าจะพูดอะไรก่อนหน้าดีเพื่อที่จะโยงมาให้พูดถึงเรื่องนี้ในตอนจบของงานเขียนได้ 

สุดท้ายก็ขอจบลงไว้ที่ตรงนี้ก่อนนะครับ เดี๋ยวจะไปแก้งานอีกชิ้นให้เสร็จและอัพต่ออีกชิ้นครับ 55555555555555555555 

บายจ้า





วันอังคารที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2560

デサイン入門

สวัสดีครับอาจารย์และเพื่อนๆ

สวัสดีครับ お待たせしました พอดีผมติดเกมส์และก็มีงาน chula expo เลยดองไว้เพียบเลย ขอโทษนะค๊าบอาจารย์

วันนี้จะมาสรุป พาร์ทของตัวเองในหนังสือ『一生使える見やすい資料のデザイン入門』ของ 森重さん โดยในหนังสือเล่มนี้ ผู้เขียนได้แนะนำหลักการสร้างเอกสาร(สื่อนำเสนอ)ที่ทำให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจง่าย จริงๆก็คือวิธีการแต่งสไลด์ยังไงให้ดีนั่นแลครับ จริงๆผมก็ไม่ค่อยถนัดงานพวกนี้นะ แต่ก็ช่วยไม่ได้ 555555 โอเค ไปเริ่มกันเลยครับ


①数を効果的に見せる方法 : วิธีที่ทำให้เห็นตัวเลขอย่างมีประสิทธิภาพ
ในการทำงาน ビジネス  การทำวิจัย 研究 หรือใน field 分野 อื่นๆ เราไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าข้อมูลตัวเลขเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่สามารถช่วยเพิ่ม 説得力 ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะถ้าเป็นข้อมูลตัวเลขที่สำคัญๆ เราจะอย่างไรเพื่อให้มันมีประสิทธิภาพมากที่สุดกันล่ะ?


ポイントは
- ทำให้ตัวเลขใหญ่ขึ้น
- ปรับขนาดของ 単位 หลังตัวเลขให้เล็กลง 
- ทำให้ keyword ที่เกี่ยวข้องกับตัวเลขใหญ่ขึ้น


พูดแบบนี้อาจจะยังไม่ค่อยเห็นภาพ ขออนุญาตแปะภาพจากหนังสือประกอบความเข้าใจนะครับ



ภาพประกอบจาก : 『一生使える見やすい資料のデザイン入門』


นี่คือตัวอย่างแรกน่ะครับ ยังไม่ได้ปรับขนาดตัวเลขให้ใหญ่ขึ้นและยังไม่ได้มีการเน้นคำคีย์เวิร์ด เราจะเห็นได้ว่ามันจะไม่ค่อยโดดเด่นเท่าไหร่ เราต้องลองดูว่าข้อมูลตัวเลขที่เราต้องการจะให้เขาเห็นมันสำคัญแค่ไหน ถ้าเราต้องการให้เขาเห็นแบบชัดเจนเราก็ควรจะเพิ่มขนาดของตัวเลขและเน้นขนาดของคำสำคัญ ซึ่งถ้าหากเราลองทำตามที่หนังสือแนะนำมา ก็จะเป็นแบบนี้จ้ะ




หากทำแบบนี้แล้ว จะเห็นได้ว่าตัวเลขที่เราต้องการจะเน้นเนี่ย มันจะเด่นขึ้นมากๆ แต่อย่าปลืมปรับขนาดของ 単位 หลังตัวเลขนะจ้ะ นอกจากนี้ keyword สำคัญๆ ที่เกี่ยวข้องกับตัวเลขก็ควรปรับให้มันใหญ่ขึ้นด้วยเช่นกันจ้า หลังจากนี้เราจะไปดูหัวข้อต่อไปกันนะจ้ะ เย่ๆ


②小見出しはできるだけ増やさない:ต่อมาอยากจะพูดถึงเรื่องพาดหัวข่าว เอ้ยไม่ใช่ จะเรียกว่าอะไรดีอะครับ เรียกว่าหัวข้อละกัน

ในส่วนนี้ไม่มีอะไรมากครับ หลักง่ายๆคือ ในสไลด์หนึ่งไม่ควรใส่หัวข้อย่อยเกินกว่า 1 อัน ยกเว้นกรณีที่สำคัญจริงๆ จะใส่มากกว่าหนึ่งก็ได้ แต่อย่าลืมว่าเราจำเป็นต้องปรับ 表現 ของหัวข้อย่อยให้ตรงกับเนื้อหาของเราน่ะครับ

เอาเป็นว่าเดี่ยวจะลองยกตัวอย่างจากหนังสือมาให้ดูนะครับ




อันนี้คือแบบแรกที่ทำออกมา




อันนี้คือเวอร์ชั่นที่ปรับตามคำแนะนำของผู้เขียนหนังสือนะครับ จะเห็นได้ว่าหลังจากลองปรับแล้ว มันอ่านได้ง่ายมากขึ้นเยอะนะ ทำให้ไม่สับสนว่าสิ่งสำคัญที่อยากจะสื่อคืออะไรด้วยจ้ะ

วันนี้ขอจบเท่านี้แล้วกันน่ะครับ หากคนไหนที่อยากจะทำสไลด์เก่งขึ้นก็ลองไปหาหนังสือเล่มนี้มาอันกันนะ รับรองว่าดีขึ้นแน่นอน

บรัยส์




วันเสาร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

また自己紹介か?

สวัสดีอีกครั้งครับ 

รอบนี้เราจะมาต่อกันในเรื่องของ 自己紹介 นะครับ 

อย่างแรกเลยผมจะเอาอันที่พูดครั้งแรกในห้องมา แล้วก็เดี๋ยวจะมีถอดเทปของที่พูดครั้งล่าสุดนะครับ เพื่อจะมาเทียบดูระหว่างสองครั้งว่า สามารถทำได้ดีขึ้นไหม 

① ครั้งแรก 

皆さん。こんにちは。ジラット・ジャナブーンと申します。(えーと)はチュラロンコーン大学文学部で日本語を専攻しています。は(えーと)対照言語がっ 言語がっかを研究しています。ストレ ストレスがたまった時に(えーと)料理を作ったり えー 音楽を聴いたりしています。はい、どうそよろしくお願いいたします。

② ครั้งล่าสุดนะจ้ะ

皆さん。こんにちは。ジラットと申します。ニックネームはイ-ンです。(え-と)ニックネームは、英語の「ジ-ンス」をタイ語にしたら、イ-ンになるのです。ストレス解消に行うことは料理を作ることで、(え-)特に自分で考えたメニューを作ったり食べたりするのが幸せです。(なんか)あとはタイ料理と、ケ-キとかオ-ブンを使わないお菓子を得意としています。皆さん、これからよろしくお願いします。

เปรียบเทียบการพูดแนะนำตัวครั้งที่ ① กับ ②

- 流れ จะแตกต่างกันเล็กน้อยครับ อันแรกคือ 挨拶 > 名前 > 研究 > 領域ストレス解消に行うこと
อันที่สองจะเลือกมาพูดแค่ 挨拶 > 名前 >  領域ストレス解消に行うこと

ครั้งแรกจะเห็นว่ามีการพูดนามสกุลไปด้วย หลังจากลองพิจารณาดูแล้วรู้สึกว่ามันแปลก ๆ ในครั้งล่าสุดที่พูด ผมเลยตัดออกไปเลย รู้สึกฟังแล้วลื่นหูและเป็นธรรมชาติมากขึ้นครับ

- มีการใช้ フィラー เกลื่อนเหมือนเดิม บางครั้งก็รู้สึกว่ามันเยอะไป ผมคิดว่าแก้ได้ยาก เพราะพอนึกคำหรือนึกอะไรไม่ออก มันก็จะเงียบเลยต้องหลุดพูดพวกนี้ไปก่อนตลอดเลย 

- จากการเปรียบเทียบ จะเห็นได้ชัดว่าในครั้งแรก เป็นการพูดทีละหัวข้อไปเลย พูดแล้วก็จบ ไม่ได้มีการขยายความอะไรต่อเลย ทำให้ฟังแล้วไม่น่าสนใจที่จะฟังต่อหรือสามารถดึงความสนใจจากผู้ฟังได้ และตัวเองเชื่อว่าต่อให้พูดจบ คนฟังก็คงไม่สามารถจำอะไรที่เกี่ยวกับตัวผมได้ และหากเราลองดูของครั้งล่าสุดจะพบว่า มีการอธิบายชื่อของตัวเอง และการอธิบายเพิ่มในเรื่องของสิ่งที่ทำคลายเครียดอีกด้วย นอกจากจะทำให้การแนะนำตัวของเราน่าฟัง น่าสนใจ และไม่น่าเบื่อแล้ว ยังทำให้คนอื่นจดจำเราได้มากขึ้นอีกด้วย 

- สามารถจบการแนะนำตัวได้โดยไม่ผิดด้วยยน่อววว 555555555 

- สามารถลดการใช้ 今 และ 私 โดยพร่ำเพื่อได้แล้วครับบ ฮ่าๆ


สิ่งที่อยากจะปรับใช้เพื่อให้ทำได้ดียิ่งขึ้น

- ผมคิดว่าตัวเองยังใช้ Filler เยอะเกินไปอยู่ครับ ถ้าลดลงได้คิดว่าจะฟังดูเป็นธรรมมากขึ้น


สิ่งที่ได้เรียนรู้จากกิจกรรม 自己紹介

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากกิจกรรมนี้คือได้เรียนรู้หลักในการแนะนำตัวให้น่าสนใจ ไม่น่าเบื่อ โดยคิดถึงผู้ฟังมากขึ้น ไม่ใช่พูดๆๆๆแล้วก็จบไป นอกจากหลักต่าง ๆ แล้ว เรายังได้ตระหนักถึงจุดที่ควรจะระวังในภาษาญี่ปุ่นของตัวเอง จุดไหนเราควรแก้เพราะฟังแล้วไม่เป็นธรรมชาติ โดยสิ่งที่จำเป็นคือ การสังเกต 観察
ถ้าเราไม่สังเกตจากเจ้าของภาษาเราก็ไม่สามารถใช้มันได้อย่างเป็นธรรมชาติ จากกิจกรรมนี้คิดว่าตัวเองพัฒนาขึ้นนะครับ แม้จะไม่มาก แต่หากเราไม่หยุดที่จะเดินต่อไปข้างหน้า ยังไงเราก็ต้องเก่งขึ้นแน่ๆ และหวังว่าจะพัฒนาตัวเองไปให้ถึงจุดที่ตัวเองพอใจได้

สุดท้าย ขอจบหัวข้อการแนะนำตัวไว้แค่นี้ สวัสดีครับ






ランゲート体験 สะสมแต้มบุญวันนี้ จะสบายในวันหน้า


สวัสดีครับ 

กลับมาอัพบล็อกซักที หลังจากห่างหายกันไปนาน? 5555555 จริงๆ คือลืมทำครับ แต่ 大学紹介文 ไม่ได้ลืมทำนะครัชแค่ลืมส่ง แต่อันนี้ทั้งลืมทำลืมส่งเลยครับ ขอโทษจริงๆครับ วันนี้จะพูดสองเรื่องคือ
ประสบการณ์การใช้ Lang-8 ก่อนนาจา เดี๋ยวปั่นอันนี้เสร็จ อีกอันจะตามมาติดๆนะครัช อดใจรอนิดนึงนะครับทุกคน รู้นะว่าชอบอ่านของผม

ประสบการณ์การใช้ Lang-8 และสิ่งที่ได้เรียนรู้

หลังจากได้ลองใช้มาสักพัก ก็รู้สึกว่าเป็น website เพื่อการศึกษาที่ดี ไม่มีค่าใช้จ่าย (ยกเว้นแต่คุณจะอยาก สมัครแบบ premium เพื่อที่จะเลือกภาษาได้เยอะขึ้น ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะสมัครไปทำผีอะไร หรือว่าอยากโชว์ว่าตัวเองพูดได้หลายภาษาเหรอ) 55555555555555555555

การใช้งาน
- เราสามารถเข้าไปช่วยแก้ภาษาให้ชาวต่างชาติได้ โดยแก้ในภาษาที่เราเป็น native หรือ ภาษาที่เราถนัดซึ่งได้เลือกไว้
- เราเองก็สามารถไปโพสต์สิ่งที่เราเขียนได้เช่นกัน ชาวต่างชาติก็จะเข้ามาแก้งานที่เราพิมพ์ไว้
- เราสามารถสะสมแต้มบุญจากการที่เราไปช่วยแก้ของคนอื่น
- ผลบุญจะส่งผลให้ เวลาที่เราโพสต์อะไร บุญจะหนุนไห้คนเห็นเยอะขึ้น

สิ่งที่ได้รับ 
- Give and take : นอกจากเป็นผู้รับแล้ว เราก็ควรให้อะไรกับผู้อื่น ไม่ใช่เป็นผู้รับอย่างเดียว เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
- 選ぶ力 : ครั้งที่แล้วมีคนมาแก้ให้ผมสองคน แต่ละคนก็ดันแก้ไม่เหมือนกัน เราก็ต้องเลือกให้ดี เพราะไม่ใช่ว่า native ทุกคนจะเก่งภาษาของตัวเองเสมอไป คนไทยที่เขียนภาษาไทยไม่เก่งยังเยอะแยะ เช่น ตัวผมเอง 5555555555

และสุดท้าย ใครมาแก้งานให้เราก็อย่าลืมอุทิศส่วนกุศล เอ้ย พิมพ์ขอบคุณ และ กด Thank you point ให้คนที่มาแก้ให้เราด้วยนะจ๊ะ เรื่องนี้ก็ขอจบเพียงเท่านี้ละกันน สวัสดีครัย

วันเสาร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2560

「魅力的な自己紹介」とは何か?

สวัสดีครับ กลับมาพบกันอีกแล้วนาจา 555555 เขียนบล็อคนี่เป็นอะไรที่เหนื่อยมาก ไม่บ่นละ เดี๋ยวโดนหักคะแนน 

ความเดิมตอนที่แล้ว : อาทิตย์ก่อน ผมก็ได้พูดถึงในเรื่องของการแนะนำตัว หรือ「自己紹介」กันไปบ้างแล้ว ก็จะมาต่อนิดนิงในเรื่องของ 魅力的な自己紹介 ว่ามันคืออะไร

ก่อนอื่นผมก็อยากลองถามทุกคนหน่อยครับว่า "หากพูดถึงจุดประสงค์การแนะนำตัว คิดว่าจุดประสงค์หลัก ๆ ของ 自己紹介 คืออะไรเหรอครับ?" แน่นอน ว่ามันคือการทำให้ผู้อื่นจำเรื่องเกี่ยวกับตัวเราได้ 
「自分を覚えてもらうこと」

ถ้าอย่างงั้น ทำยังไงคนที่ฟังเราถึงจะจำเรื่องของเราได้กันล่ะ? 
คำตอบก็คือ 
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
魅力的な自己紹介 นั่นเอง

อ้าว แล้วไอ้ 魅力的な自己紹介 มันคืออะไร?

การแนะนำตัวอย่างมีสเน่ห์ ? การแนะนำตัวที่มีสเน่ห์? อันไหนดีหว่า ไม่รู้เหมือนกันว่าจะแปลว่าไงดี แต่อารมณ์มันประมาณนี้แหละ 

สำหรับผมนะ หลักสำคัญของ 魅力的な自己紹介 มีตามนี้เลย

1. ต้องน่าสนใจ : พยายามพูดถึงเรื่องราวที่คิดว่า หากผู้ฟังฟังแล้วจะอยากฟังต่อ 

2. ที่มาของชื่อ : อันนี้ก็เป็นหนึ่งในวิธีที่ทำให้คนฟังไม่ลืมชื่อของเรา เช่น ความหมายของชื่อเรา ชื่อนี้มาจากไหนอะไรยังไง ใครตั้งให้ ทำไมถึงตั้ง บลา ๆ ๆ แล้วแต่คุณเลย 555555 

3. エピソードが大事 : เรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับตัวเราจะทำให้ผู้ฟังเข้าใจและเห็นภาพได้มากขึ้น เช่น ผมพูดว่าข้อเสียผมคืองี้ แล้วผมก็ยกตัวอย่างเหตุการณ์ซักอย่างมาที่มันน่าสนใจใส่ลงไป ผู้ฟังก็จะเข้าใจมากขึ้นด้วย และรู้สึก connect กับตัวเราได้มากขึ้น

4. น้ำเสียงและท่าทาง : พยายามอย่าทำตัว ตึง ๆ เนือย ๆ ทำตัวเองให้ดู friendly และน่าคบหา น้ำเสียงก็อย่านิ่งมากจนเกินไปจะทำให้คนฟังรู้สึกไม่เป็นมิตรได้

นี่ก็คือสิ่งที่ผมคิดว่าเป็น 魅力的な自己紹介 สำหรับตัวผมเองนะครับ ว่าไปนั่น แต่อยากจะบอกว่าจริง ๆ แล้วผมเองก็ทำไม่ได้หรอก 55555555555555555555 


ต่อมาก็จะพูดถึง 自己紹介 ชิ้นล่าสุดของผมเองนะครับ หลังจากได้อ่าน No.1 - No.6 (Lots of input/Comprehensible input) ผมก็ได้เลือกหนึ่งอย่างจากในนี้ แอ่น แอ๊น . . .






ที่ผมเลือกมาก็คือ 長所 หรือ 強み นั่นเอง ไปดูกันเลยครับ อันนี้คือเวอร์ชั่นก่อนได้รับการตรวจจาก Native นะครับ


自己紹介


私の強みは、いつも自分の目標を達成する男であることです。高校3年生のとき、理系で勉強していた自分は、何となく日本語を使う仕事をしてみたいと思うようになりました。そこで、チュラロン大学文学部日本語専攻を目指し、入学できるように日本語だけではなく、必死に英語とかタイ語とか勉強に努力していました。その結果文学部に入ることができ、目標を達成することに成功しました。

แต่เผอิ๊ญดันมีคนญี่ปุ่นเข้ามาแก้ให้สองคนอีก เฮ่ออออ 555555

แถ่นแท๊นนนน

อันนี้ของคุณ Sakura



ส่วนอันนี้ของคุณ Asa



หลังจากที่ได้อ่าน Comment ของทั้งสองคนแล้ว คิดว่าอยากจะปรับให้เป็นดังนี้ครับ

私の強みは、いつも自分の目標を達成する男であることです。高校3年生のとき、理系勉強専攻ていた自分は、何となく日本語を使う仕事をしてみたいと思うようになりました。そこで、チュラロン大学文学部日本語専攻を目指し、入学できるように日本語だけではなく、英語とかタイ語とか勉強を必死に頑張りました努力していました。その結果文学部に入ることができ、目標を達成することに成功しました。


内省

1, ข้อผิดพลาด
- 理系を専攻する เหมาะกว่า 
- พอคิดดูดีๆแล้ว เอา 必死 วางหน้า 頑張る จะทำให้ประโยคเข้าใจง่ายกว่าวางแบบแรกที่ผมเขียน

2. สิ่งที่อยากจะลองปรับใช้ในครั้งต่อ ๆ ไป 
- หลังจากได้ลองเพิ่ม エピソード ของตัวเองเข้าไปใน 自己紹介 พบว่า การแนะนำตัวเองเป็นไปได้อย่างลื่นไหลและมีธรรมชาติมากขึ้น มีความน่าสนใจมากขึ้น ทั้งยังทำให้ผู้ฟังเข้าใจและเห็นภาพได้ชัดเจนมากขึ้น หากลองคิดดูเล่น ๆ หากการแนะนำตัวพูดทีละหัวข้อแบบผิว ๆ มันคงแปลก ๆ ดีเนอะ แต่ครั้งนี้ยังแอบรู้สึกว่า การเล่าเรื่องราวของตนเองในครั้งนี้ยังไม่สามารถเล่าเรื่องได้ถูกใจตัวเองเท่าไหร่ ทั้งลำดับความ การเลือกใช้คำ หรือรูปประโยค คือไม่พอใจในงานเขียนของตัวเองเลย ก็อยากจะทำให้ได้ดีกว่านี้ครับ 

ครั้งนี้ขอจบไว้ที่เท่านี้ก่อนนะครับ เหนื่อยจริงๆ ไม่ได้หลอก 55555555555555 

ปล. เผื่ออาจารย์ผ่านมาอ่าน คือผมลืมส่งงานครับ 宿題3 ผมขอโทษนะครับอาจารย์ ประวัติจุฬาน่ะ 

  

วันพุธที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2560

自己紹介 อะไรเนี่ย ง่ายจะตาย

สวัสดีจ้า ยีนเองไง จะใครล่ะ ฮ่าๆ

ชื่อโพสต์นั่นคือล่อให้เข้ามาอ่านกันเยอะ ๆ ครับ จริง ๆ แล้ว 自己紹介 มันไม่ง่ายเลยนะ ออกมาเละเลย ขอสารภาพว่า ตอนแรกก็ไม่ได้คิดว่ามันจะยากและพังขนาดนี้ (เคยคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่ยากและสามารถทำได้สบาย ๆ ด้วยซ้ำ) แต่พอทำจริง ๆ แล้ว ก็พังอย่างที่เห็น 55555555 เอาเป็นว่าเดี๋ยวจะพูดไปทีละจุดแล้วกันครับ 

ข้างล่างนี่จะเป็นเสียงที่ถอดจาก 自己紹介 ของตัวเองที่อาจารย์ให้พูดกับเพื่อนในคาบครับ 

โดย 自己紹介 จะมี 流れ คือ

1. あいさつ 
2. 名前 
3. 専門領域 (〜研究をしています) 
4. ストレス解消に行うこと 


皆さん。こんにちは。ジラット・ジャナブーンと申します。(えーと)はチュラロンコーン大学文学部で日本語を専攻しています。は(えーと)対照言語がっ 言語がっかを研究しています。ストレ ストレスがたまった時に(えーと)料理を作ったり えー 音楽を聴いたりしています。はい、どうそよろしくお願いいたします。

เริ่มจาก 挨拶 ก็ถือว่าปกติดีครับ ไม่ได้ผิดพลาดอะไร เพราะมันง่ายสุด จะผิดอะไรล่ะจ๊ะ 55555555 ต่อมาๆ จะเริ่มพังละ จากที่สังเกตจะพบว่ามีการใช้ 今 ถึงสองครั้งด้วยกัน อาจะเป็นไปได้ว่าที่พูดออกมาคือไม่รู้จะเริ่มยังไงต่อเลยพูด ๆ มันออกมาก่อน และนอกจากนั้นสิ่งที่แอบรู้สึกไม่พอใจเวลาตัวเองพูดญี่ปุ่นคือ พูด えーと กับ えー เกลื่อนมาก ๆ อาจะเป็นเพราะว่าตอนนั้นเราคิดคำพูดไม่ทันเลยพูดคำนี้ออกมาซะเยอะแยะ แล้วขนาดจะพูด 対照言語学 ยังพูดเป็น 対照言語がっか เล๊ยยยยย โอ้ยยย ปิดท้ายด้วยการพูด どうそよろしくお願いいたします ตรงนี้ที่จริงควรพูดแค่ お願いします ก็พอแล้ว แต่ที่พูดผิดเนี่ย เป็นเพราะอาจารย์ท่านหนึ่งที่สอนวิชาญี่ปุ่นธุรกิจ ไม่ใบ้มาก ชื่อขึ้นต้นด้วยตัว M 55555555555555 ใครกันน้า (ครุ่นคริส) ท่องจนติดอยู่ในหัวเป็น pattern อิอิ

หลังจากที่ฟังการแนะนำตนเองของเจ้าของภาษา และได้ลองอ่าน script ที่อาจารย์ถอดมาให้ รวมถึงข้อสังเกตที่อาจารย์พูดให้ฟังแล้ว ทำให้พบว่า คนญี่ปุ่นเขาแทบไม่พูด 今 กันเลยจ้าาาาา มีแต่พวกเราเท่านั้นแหละ ที่พูดกันแทบทุกประโยค 5555555 หว่ายๆๆๆๆๆๆ แม้แต่คำว่า 私 ก็ยังถือว่ามีคนใช้ค่อนข้างน้อยเลย 

นอกจากนี้ยังได้ทราบถึงข้อบกพร่องของตนเองและความแตกต่านในด้านการใช้ภาษาของเราและ Native speakers อีกมากมาย คือตัวผมพยายามจะไม่พูดด้วยหัวข้อที่ให้มาเพราะคิดว่ามันไม่ดีและไม่มีคนเขาพูดกัน เช่น หากจะพูดถึง ストレス解消に行うこと ก็เลยพยายามจะเริ่มด้วย ストレスがたまった時に บลาๆๆ แต่เจ้าของภาษาเขายกหัวข้อนั้นมาพูดเลย เช่น ストレス解消に行うことはプールで泳ぐことです。

ในตอนแรกผมคิดเอาเองว่าไม่ควรยกเอาหัวข้อมาพูด แต่กลับกลายเป็นว่าพอลองดูคลิปที่เขาพูดกันจริง ๆ แล้ว สิ่งที่ผมทึกทักเอาเองมันผิด (ขอบคุณอาจารย์กนกวรรณมาก ๆ ครับ)

เรื่องที่ตั้งใจจะแก้ไขปรับปรุงจาก 内省 รวมไปถึงจุดที่อยากจะระวัง

1. ลดการใช้ 今 ให้น้อยลง เพื่อให้ภาษาที่ใช้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น
2. พยายามพูดขยายความในสิ่งที่ตนเองพูด (เพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจมากขึ้น)
3. ไม่ต้องพยายามหาวิธีอื่นมาพูดมาก เริ่มพูดด้วยหัวข้อที่ให้มาเลยก็เป็นวิธีที่คนญี่ปุ่นส่วนมากใช้กัน 
เช่น จะพูดถึง ストレス解消 ก็ไม่ต้องพูด ストレスがたまった時に料理を作ったり、音楽を聴いたりします แต่พูดไปเลยว่า ストレス解消に行うことは、料理を作ったり、音楽を聴いたりすることです。
4. พยายามหาเรื่องที่ตลกและน่าสนใจ มาพูดจะทำให้คนอื่นจำเรื่องของเราได้มากกว่า  

สุดท้ายละครับ 

รูปประโยคที่รู้สึกว่าอยากจะลองใช้อะ 

1. ~という分野を専門にしています。
2. ~なんですけど

ครั้งนี้ก็ขอจบแค่นี้ก่อนแล้วกันครับ เหนื่อยมาก 555555 เจอกันโพสต์หน้านะจ้ะ
自己紹介 มันไม่ง่ายชริงๆ บัยส์

แนะนำตัวกันก่อน

はじめに

สวัสดีครับ 

เริ่มไงดีหว่า ผมไม่เคยเขียน blog มาก่อนเลยแฮะ เป็นครั้งแรกในชีวิตจริงๆครับ ขอแนะนำตัวก่อนแล้วกันครับ ผมยีนครับ

ยินดีที่ได้รู้จักครับ Blog นี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา 応用言語学 (Applied Japanese Linguistic) และสร้างขึ้นมาเพื่อพัฒนาภาษาญี่ปุ่นของตัวผมเอง โดยเนื้อหาส่วนมากใน Blog ก็คือ タスク ที่อาจารย์ให้เขียนเพื่อเก็บเป็น E-Portfolio แล้วก็ถ้ามีโอกาสและไม่ขี้เกียจ(?) ก็อยากจะลองเขียนสิ่งที่ผมสนใจอยากจะค้นคว้า และแน่นอนว่าจะต้องมีประโยชน์ต่อการเรียนภาษาญี่ปุ่นดูครับ (สนใจหลายเรื่องซะด้วย ฮ่าๆ)

หวังว่า Blog นี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจจะค้นคว้าภาษาญี่ปุ่นเช่นเดียวกันกับผมครับ

ขอบคุณครับ
ยีน